ทีมทัวร์ประจำเมือง จันทร์-ศุกร์ 08.30-17.30 น. TEL : 02 1060120 Line ID : @china4trip (24/7)
ทริปซื้อสินค้าเมืองอี้อู เจ้าเดียวในประเทศไทย ให้ได้มากกว่า กับ ระบบคำนวณต้นทุนเจ้าของธุรกิจ-แม่ค้าหน้างาน
พิเศษ !! ท่านที่ต้องการเข้าโกดังลับ โซนของเซลล์-โรงงานเทของต่ำกว่าทุน อาทิสินค้าใหม่ 5 บาท งานเทหายไป 50%กรุณาระบุตอนจองทัวร์ด้วยนะคะ เนื่องจากต้องนัดหมายให้ท่านก่อนเข้าหน้างานค่ะ
ความพิเศษของทัวร์เรา
- ทัวร์เดียวที่มีล่ามธุรกิจส่วนตัวประจำกรุ๊ปให้ ที่มีประสบการณ์การดูแลนักธุรกิจไทย ลดความผิดพลาดในการสื่อสารและช่วยต่อรองราคาได้ดีกว่า
- สินค้าแบบใหม่ออกปีละ 4-8 รอบ ไม่เน้นงานแฟชั่น ไม่จำเป็นต้องบินถี่ พร้อมสอนวิธีการสั่งซื้อรอบต่อไป แบบไม่ต้องบินจีน ได้ราคาต้นทางแบบดีลเองได้จริง
- จุดที่ตั้งโกดังจีนของเรา เมืองอี้อู ปิดตู้สินค้าทุกวัน รองรับสินค้ารวมโรงงานจากทั่วสารทิศได้เยอะที่สุด
- นำท่านเลือกดีลตรงจุด กับแหล่งรวมโรงงานทั่วจีน ใหญ่ที่สุดในจีน 6 เขตขนาดใหญ่ มีมากกว่าแสนร้านค้า-โรงงานจีน
- 80% ลูกค้าที่เลือกบินกับเรา ช่วยธุรกิจท่านต่อยอด-ขยายใหญ่ขึ้นและ Shortcut ทางลัดดีลตรง สามารถสั่งสินค้าได้มากกว่าบินไปเอง (เลือกเจาะลึกเกรดราคาถูกสุด-เกรดส่งออกไปขายทั่วโลก)
- 90% แหล่งลับงานสำเพ็ง คลองถม โบ๊เบ๊ รวมต้นตอสินค้าทุกอย่าง 10,20บาท เบ็ดเตล็ดฐานการผลิต MADE IN CHINA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- บินกับเรารอบเดียว อัพเดทข้อมูลที่เจ้าของธุรกิจ-แม่ค้า-คนเปิดโกดังไลฟ์สดต้องรู้ เพื่อเทรนด์ทีมงานของคุณ ลดความถี่ในการบินไปสั่งของ เนื่องจากสินค้าราคาถูกกว่าทุกเมือง ได้สินค้าจำนวนมากกว่าต่อรอบการบิน
ทริปซื้อสินค้าเมืองอี้อู เลือกโปรแกรมที่ท่านต้องการ
เมืองอี้อู
ทัวร์ CEO เปิดโกดังเจ้าของแบรนด์ เมืองอี้อู
เมืองอี้อู
แพคเกจแม่ค้า เมืองอี้อูแบบส่วนตัว
เมืองอี้อู
ทัวร์โปรแกรม VIP 10 -20 บาท
ลูกค้าสามารถเลือกดูข้อมูล ตามช่องทางรวมบริการหลักของเราได้ที่
รู้จักเมืองอี้อู ก่อนเดินทางไปจริงสักครั้ง
หากพูดถึงเมืองอี้อู (Yiwu) ชื่อเมืองนี้อาจจะไม่คุ้นหูคนไทยนัก แต่ถ้าเอ่ยชื่อเมืองอี้อูกับคนจีนแล้วหล่ะก็ ร้องอ๋อกันทุกคน
เริ่มปี 2008 China4trip ได้ลงตลาดจริง สำรวจหน้างาน
จะพบเจอคนไทยที่บินไปสั่งของที่เมืองนี้น้อยมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเถ้าแก่ เจ้าของธุรกิจไปด้วยตัวเอง โดยเน้นนำเข้าแบบมีจำนวนมาก ยกตู้คอนเนอร์นำไปขายส่งต่อที่ไทย ซึ่งสมัยก่อนทางอี้อูจะเน้นขายมีจำนวนมาก ปี 2013 เป็นต้นมา China4trip จัดโปรแกรมให้ลูกค้าบินแบบส่วนตัวมาดิวหน้างานโดยตรง จำนวนขั้นต่ำในแต่ละปีจะน้อยลงเรื่อยๆเนื่องจากในแหล่งมีโรงงานเล็กๆมาเปิดค่อนข้างมากขึ้น ทำให้มีตัวเลือกและการแข่งขันมากขึ้นตามลำดับ อี้อู (Yiwu) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในโซนอุตสาหกรรมของจีน เป็นเมืองโรงงาน และที่สำคัญเป็นหน้าต่างอุตสาหกรรม แหล่งกระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในจีน ที่ตั้งอยู่มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน
ซึ่งรอบๆ เมืองอี้อูจะมีโรงงานใหญ่ กลาง เล็ก กระจายตั้งกันอยู่มากมาย หากใครได้เคยมาแล้วจะเห็นว่าเป็นแหล่งที่คนต่างชาติไม่ว่าจะเป็น อาหรับ ยุโรป อเมริกา ไม่เว้นแม้กระทั่งเกาหลี มาใช้ชีวิตอยู่ระยะสั้น-ยาว เพื่อหาสินค้าทั้งถูกและดี ตามงบประมาณที่เหมาะสมกับที่ประเทศตัวเองต้องการ ซึ่งมีความสะดวกมากเพราะมีท่าเรือหนิงปอที่เป็นท่าเรือใหญ่ของจีนอยู่ไม่ไกลจากอี้อู จึงทำให้เมืองอี้อูไม่เพียงแต่เป็นเมืองส่งออกสินค้าไปทั่วประเทศจีน แต่ยังเป็นเมืองส่งออกสินค้าไปทั่วโลกอีกด้วย
แล้วเมืองอี้อูมีอะไรขายบ้าง (ขอใบ้ว่าให้นึกภาพสำเพ็ง คลองถม บ้านหม้อเมืองจีน)
เมืองอี้อูคือเมืองที่รวมแหล่งโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในจีน มีสินค้าเยอะมากๆ แบ่งตามประเภทสินค้าที่ชัดเจน แบ่งออกเป็น 5 ตึกใหญ่ๆ สินค้าหลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละตึก มีครบแทบจะทุกสินค้า ทั้งงานอุตสาหกรรมหนัก เบา สินค้าในครัวเรือน สินค้าเบ็ดเตล็ด และสินค้าที่ใช้ในการเกษตร
อาทิเช่น สินค้า 20 บาท สินค้าสัตว์เลี้ยง ดอกไม้ปลอม ของพรีเมี่ยม หมวก ผ้านวม ผ้าห่ม กระเป๋า ร่ม เสื้อกันฝน นาฬิกา เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเบเกอรี่ จักรยาน อะไหล่รถยนต์ เครื่องครัว เครื่องจักร สินค้ากิ๊ฟช็อป ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับไหมพรม เสื้อถัก สิ่งทอ เครื่องสำอาง อาหารและผลไม้แห้ง สินค้าตกแต่ง เครื่องมือช่าง เครื่องเขียน ถุงเท้า รองเท้าและอื่นๆอีกมากมาย
วิธีเดินทางไปเมืองอี้อู ไปยังไง?
คู่มือตลาดอี้อู 2026: สรุปวิธีเดินทาง โซนสินค้า และข้อควรรู้ฉบับอัปเดต
ตลาดอี้อู (Yiwu Market) หรือชื่อทางการคือ International Trade City เป็นศูนย์กลางขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน แบ่งออกเป็น 5 โซนหลัก (Districts) ครอบคลุมสินค้าตั้งแต่ของเล่น เครื่องประดับ อุปกรณ์ไฟฟ้า ไปจนถึงของใช้ในครัวเรือน
1.การเตรียมตัวก่อนเดินทาง
- วีซ่า: ปัจจุบันไทย-จีน มีนโยบายฟรีวีซ่า (สำหรับนักท่องเที่ยวไทย) ช่วยให้เดินทางได้สะดวกขึ้น
- ช่วงเวลาที่ควรไป: หลีกเลี่ยงช่วงตรุษจีน (มกราคม-กุมภาพันธ์) เพราะร้านค้าส่วนใหญ่จะปิด
- แอปพลิเคชันที่จำเป็น: WeChat (สำหรับจ่ายเงินและติดต่อร้านค้า), Alipay, และแอปแผนที่เช่น Gaode Maps
2.วิธีการเดินทางไปเมืองอี้อู
การเดินทางไปอี้อูทำได้หลายวิธี โดยจุดเริ่มต้นยอดนิยมมีดังนี้:
- จากเซี่ยงไฮ้ (Shanghai): วิธีที่สะดวกที่สุดคือนั่ง รถไฟความเร็วสูง (High-Speed Rail) จากสถานี Shanghai Hongqiao ใช้เวลาประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง
- จากหางโจว (Hangzhou): เป็นเมืองที่ใกล้ที่สุด นั่งรถไฟความเร็วสูงเพียง 30-45 นาที หรือนั่งรถบัสตรงจากสนามบินหางโจว (HGH)
- จากกวางโจว (Guangzhou): สามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินอี้อู (YIW) หรือนั่งรถไฟความเร็วสูง (ใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมง)
3.การเดินทางภายในเมืองอี้อู
รถแท็กซี่/Didi: สะดวกและราคาไม่แพง
- รถไฟใต้ดิน (Yiwu Metro): ปัจจุบันมีเส้นทางเชื่อมต่อจุดสำคัญในเมืองและเชื่อมกับเมืองใกล้เคียงอย่างจินหัว (Jinhua)
- รถบัส: มีสายที่วิ่งผ่านหน้าตลาดแต่ละโซนโดยเฉพาะ
4.ข้อแนะนำในการเดินตลาด
- โซนที่ 1-5: สินค้าแต่ละประเภทจะถูกแบ่งชัดเจน ควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะไปโซนไหน เพราะตลาดกว้างมากจนไม่สามารถเดินครบได้ในวันเดียว
- เวลาทำการ: โดยทั่วไปเปิด 09.00 – 17.00 น.
- การขนส่งสินค้า: หากสั่งซื้อจำนวนมาก ควรมีชิปปิ้ง (Shipping) ที่ไว้ใจได้ในการรวบรวมสินค้าและส่งกลับไทย
“การไปตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างอี้อู ถ้าไม่มีข้อมูลที่อัปเดตอาจทำให้หลงทางและเสียเวลาได้นะคะ เพื่อให้ทริปธุรกิจของคุณราบรื่นที่สุด ทรายแนะนำให้อ่านคู่มือฉบับอัปเดตปี 2026 นี้เพิ่มเติม มีครบทั้งเรื่องการเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงและจุดต่อรถที่สะดวกที่สุด
อ่านรายละเอียดฉบับเต็ม: เจาะลึกวิธีเดินทางและแผนผังอี้อู 2026 แล้วคุณจะรู้ว่าการไปดีลของที่จีน ง่ายกว่าที่คิดเยอะ!”
จุดแข็งของเมืองอี้อูแหล่งซูปเปอร์มาร์เก็ตของโลก
- เป็นแหล่งรวมโรงงาน ซึ่งเมืองอี้อูเหมาะมากสำหรับคนที่ไปซื้อของที่กวางโจวจำนวนมากและอยากได้ต้นทุนที่ถูกลง
- ส่วนใหญ่โรงงานมาเปิดหน้าร้านเอง (Factory Direct) เพื่อตัดตอนคนกลาง ลูกค้ามีโอกาสเปรียบเทียบราคา ข้อมูล ขั้นต่ำ ในแต่ละโรงงานได้ที่มาเปิดหน้าร้านได้ด้วยตัวเอง ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้นในการสั่งสินค้า นอกจากจะได้ราคาโรงงานแล้วยังมีโอกาสได้เปรียบเทียบระหว่างโรงงานกับโรงงานด้วย
- ทางเรา China4trip บริการครบวงจรตั้งแต่เดินทาง สั่งซื้อ เปิดบิล โอนเงิน ตลอดจนนำเข้าสินค้ามาไทย ทางเรามีโกดังที่เมืองอี้อูเพื่อรองรับสินค้าของลูกค้า การขนส่งจากอี้อูมาไทย
- มีทั้งบริการส่งทางเรือระยะเวลาประมาณ 17 – 22 วัน ส่งทางรถระยะเวลาประมาณ 5 – 9 วัน
- กรณีลูกค้าไม่ได้เดินทางในรอบถัดไป ทางเรามีเจ้าหน้าที่บริการรีออเดอร์ฟรี
- ชิปปิ้งจีน – ไทยแบบครบวงจร ทั้งปิดตู้ เหมาตู้ เหมาครึ่งตู้ให้กับลูกค้าของเรา รวมถึงลูกค้าลูกค้าที่ไม่เหมาตู้ (LCL) ก็ได้เรทราคาค่าขนส่งถูกสุด แบบเรทเหมาตู้ไปเลย
- และที่สำคัญลูกค้าจะได้เจอโรงงานมากมาย ในแต่ละตึกและแบ่งตามประเภทสินค้า ทำให้เราประหยัดเวลาในการเดินดูสินค้าได้มาก และ ทางเรา China4trip มีตัวช่วยให้ธุรกิจของคุณง่ายมากขึ้น ทางเราจัดล่ามส่วนตัวให้ทุกกรุ๊ป ทำให้ไม่ต้องเดินงม เดินหา เดินเอง แต่ยังลงดีเทลกับตัวสินค้าได้มากขึ้นและชัดเจนมากกว่า
- ลูกค้าที่เน้นงานแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า หรือที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ เน้นความหลากหลายของตัวสินค้า แนะนำไปกวางโจว เนื่องจากลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ในจำนวนไม่มาก ในราคาส่ง
ถ้าหากเมื่อไหร่ที่ต้องการขยับขยายธุรกิจ เน้นขายส่ง เน้นจำนวน เพื่อให้ต้นทุนในแต่ละชิ้นลดลง พลาดไม่ได้ที่จะมาถึงแหล่งต้นตอรวมโรงงานที่ใหญ่ที่จีนของจีน ต้องเมืองอี้อูเท่านั้น
แผนที่อี้อู (สำหรับเดินซื้อของ)
คลิปสินค้าจากจีน ทริปซื้อสินค้าเมืองอี้อู
ทริปซื้อสินค้าเมืองอี้อู (Yiwu) เฉพาะเมืองนี้ เริ่มปี 2010 เฉพาะเส้นทางนี้มีลูกค้าเดินทางกับเรามากกว่า 3,000 กรุ๊ป รวมถึงลูกค้าคนไทย คนเวียดนาม คนกัมพูชา คนมาเลเซีย Since2008 เปิดเส้นทาง สำรวจตลาดเองมาแล้วมากกว่า 18 ปี
บทความน่ารู้เมืองอี้อู
FAQ คำถามที่พบบ่อย : ทริปทัวร์ซื้อของจีน เมืองอี้อู
เหมาะมาก โดยเฉพาะคนที่อยากโตแบบก้าวกระโดด และขั้นต่ำต่อแบบจำนวนน้อยลงกว่าสมัยก่อนเมื่อ10กว่าปีมาก แต่ก่อนขั้นต่ำต่อแบบอาจจะหลัก 200-600 ชิ้น ล่าสุดปี2026 เป็นต้นไปเริ่ม 12 ชิ้นขึ้นไปสำหรับสินค้าชิ้นเล็ก ราคาถูก หรือเรทขายส่ง 1 ชิ้นสำหรับสินค้าชิ้นใหญ่หรือราคาสินค้าสูง
คุณมาเมืองนี้ จะได้ตามรอยคนที่ทำธุรกิจใหญ่ๆในไทย
สิ่งที่ได้ในรอบนี้แน่ๆคือ เห็นสินค้าและรู้เทคนิคการดีลกับ Suppliers แบบธุรกิจคนจีนที่เค้าทำกันจริงๆ เพราะในแหล่งจะมีทั้งร้านค้าตัวกลางจนถึงโชว์รูมโรงงานที่มีศักยภาพในการส่งออกไปทั่วโลก ทำให้การเลือกร้านจีน-โรงงานจีน เราจะได้สัมผัสประสบการณ์สดๆหน้างาน โดยที่เรามีโอกาสเลือกสินค้า เปรียบเทียบแบบไร้ข้อจำกัด เพราะตลาดโรงงานอี้อูรวมสินค้าหลายแสนโรงงาน-ร้านค้า ไว้ในที่เดียว ทำให้เปรียบเทียบราคาและคุณภาพได้ทันที ต่างจากการสั่งผ่านออนไลน์ที่เห็นแค่รูป
สรุป : ตลาดอี้อูเหมาะกับคนที่อยากเริ่มสั่งของจีนแบบเห็นของจริง ต่อรองราคาได้ และไม่อยากเสี่ยงกับการสั่งออนไลน์โดยไม่เห็น Suppliers
ถ้าคุณตั้งใจทำธุรกิจจริง การไปอี้อูช่วยให้:
- ได้เห็นสินค้าแตกต่างจากหน้าเวบไซส์ เพราะในเมืองอี้อูนี้ ส่วนใหญ่โรงงาน-ร้านจีนไม่ลงสินค้าหรือขายออนไลน์ ใน 1688 , Alibaba
- เมืองนี้เน้นการค้าขายแบบคนทำธุรกิจจริงๆ ลูกค้ามีทั้งคนจีนในประเทศ สั่งไปขายส่งในเมืองอื่นๆในจีน หรือ ส่งออกไปขายทั่วโลก ทั้งประเทศอาหรับ/อเมริกา/เวียดนาม/ยุโรป/ออสเตรเลีย/กัมพูชา/ประเทศลาวและอื่นๆ
- ได้สัมผัสการทำงาน ทำไมคนจีนถึงทำธุรกิจใหญ่ได้ เค้ามีแนวคิดยังไง!! เพื่อนำมาเป็นแนวทางต่อยอดในการทำธุรกิจของเรา
- รู้ว่าคนทำธุรกิจใหญ่จริง เค้าเริ่มกันจากตรงไหน
-การดีลธุรกิจกับคนจีนมีหลายระดับ
-มากกว่าการสั่งซื้อและการเลือกขนส่ง คุณจะได้เห็นอะไรที่มากกว่าและเปิดโลกธุรกิจไปได้ไกลกว่าที่เคย
- ตรวจคุณภาพสินค้าเอง
- ต่อรองราคาและ MOQ ได้
- ได้เจอโรงงานจริง
- ลดความเสี่ยงโดนโกงได้มาก
ส่วน 1688 , Alibaba เหมาะกับคนทดลองสั่งก่อน และประเมินแค่จากภาพ+ราคาและรับได้ หากเจอ Suppliers ที่ถูกใจก็ดีลกันได้ยาว แต่ข้อเสียคือคุณจะไม่ได้เปรียบเทียบราคาและคุณภาพตามตลาดจริง ได้ราคาที่ดีกว่า เพราะถูกจำกัดด้วย Suppliers ร้าน-โรงงานที่คุ้นเคย และต่อรองได้ไม่มาก คุณจะได้ไม่ดีลที่ดีที่สุดในระยะยาว
ตลาดอี้อู (Yiwu International Trade City) มีพื้นที่กว่า 5 โซนหลัก+โซนใหม่สินค้าAi รวม 6 โซนในปี 2026 รวมร้านค้าหลายแสนร้าน ถ้าเดินเองแบบไม่มีแผน 1 วันแทบไม่ได้อะไรเลย เพราะแต่ละโซนใหญ่ระดับ “ตึกหลายอาคารต่อกัน”
แต่ถ้าอยากได้ไอเดียธุรกิจจริง ๆและมีเวลาแค่ 1 วัน ต้องมีการวางแผนโซนล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาเดินหลงมากกว่าดูสินค้า ควรเลือกโซนตามประเภทสินค้า เช่น:
- โซนของใช้ในบ้าน เบ็ดเตล็ด แก้ว พลาสติก เรซิ่น ต่างๆ MADE IN CHINA
- โซน Ai , หุ่นยนต์ , นวัตกรรมต่างๆ
- โซนอุปกรณ์มือถือ
- โซนของเล่นเสริมพัฒนาการ , แม่และเด็ก
- โซนสินค้าตามเทศกาล เริ่มตั้งแต่ เทศกาลปีใหม่ , ตรุษจีน, วาเลนไทน์ , สงกรานต์ , วันเด็ก , ฮาโลวีน , คริสมาสต์ แม้กระทั่งของมงคล ,ของไหว้, ของขวัญรับปริญญามีครบ
การมีทีมวางแผนเส้นทางช่วยให้คุณไม่เสียเวลาเดินหลงในตลาดโรงงานขนาดใหญ่มาก
หากมีหมวดสินค้าในใจแล้ว 3 วันกำลังเหมาะสำหรับดูตลาด เปรียบเทียบ Suppliers และดีลกับโรงงาน จนถึงขั้นตอนการสั่งซื้อเปิดบิลPO พร้อมจัดส่งมาไทย
ถ้าสินค้าหลายประเภทหรือเน้น OEM อาจต้องใช้เวลา 4 วัน
ควรเตรียม :
- รายการสินค้าที่สนใจชัดเจน
- งบประมาณคร่าว ๆ
- ตัวอย่างสินค้าที่อยากเทียบ
- วิธีชำระเงินที่พร้อมใช้ในจีน
- ความเข้าใจเรื่องขนส่งและภาษีนำเข้า
คนที่ไปแบบไม่มีแผน มักกลับมาพร้อม “ข้อมูล” แต่ไม่มี “ดีลจริง”
อี้อู = เมืองหลักรวมแทบจะทุกอุตสาหกรรม (Industry) ที่ใหญ่ที่สุดของจีน เหมาะกับสินค้าขนาดเล็ก-กลาง ราคาเริ่มไม่ถึง 1 บาทมีเยอะมาก หลากหลายประเภท ราคาส่ง เน้นขายเร็ว เหมาะกับแม่ค้าออนไลน์และร้านค้าปลีก ที่ต้องการหาต้นทุนที่ดีที่สุด เน้นขายออกไว-ขายส่ง-เปิดรับตัวแทน รวมถึงเจ้าของแบรนด์ดังๆธุรกิจใหญ่ๆ 1 ในสินค้าที่TOP ฮิต ขายดี แน่นอนต้องมีบางสินค้า นำเข้ามาจากเมืองอี้อูแน่นอน
กวางโจว = เหมาะกับสินค้าแฟชั่นตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่วิกผมจนถึงรองเท้า และโรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ แฟชั่น และงานแฟร์ระดับโลก
ถ้าเป้าหมายคือ “หาไอเดียสินค้าใหม่ แนวที่คนจีนนิยมเอามาขายในไทยจำนวนมากในที่เดียว” อี้อูตอบโจทย์มากกว่า
- ถ้าพูดจีนเอง สามารถไปเองได้ แต่หากไม่มีประสบการณ์ ในแต่ละขั้นตอนหรือเงื่อนไขที่ทางร้าน-โรงงานจีนยื่นมา อาจทำให้พลาดดีลต่างๆหรือเสียเวลากลับมาทำการบ้านอีกครั้ง และอาจต้องบินมากกว่า 2 รอบในการปิดจบดีล ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
- ถ้าพูดจีนไม่ได้ ไม่รู้เส้นทางตลาด ไม่รู้ขั้นตอนเอกสาร
การมีทีมพาไปช่วยลดเวลา ลดความผิดพลาด และเพิ่มโอกาสได้ดีลที่ดีกว่า
- ได้เห็นโอกาสใหม่ๆก่อนใคร
- ได้ราคาต้นทุนต่ำกว่า
- เห็นสินค้าใหม่ที่ไทยยังไม่มี , ก่อนเข้าตลาดไทย
- ต่อรองเงื่อนไขได้ดีผ่านแค่หน้าจอคอม (เวบจีน) หรือ Wechat (วีแชท)
- สร้างความสัมพันธ์กับ Supplier โดยตรง
- รู้จักเลือก Supplier ที่น่าเชือถือ
- ไม่โอนเงินเต็มจำนวนทันที
- เจรจาเงื่อนไขการสั่งซื้อและการชำระเงินให้ชัดเจน
- ใช้บริษัทนำเข้า/โกดังที่มีประสบการณ์ในการส่งออกจากจีนและนำเข้ามาไทย
ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและปริมาณขั้นต่ำ (MOQ)
โดยทั่วไปการเดินทางไปดีลธุรกิจทีอี้อูในรอบแรก เฉลี่ยเตรียมค่าสินค้ามากกว่า 50,000 บาทและจำเป็นต้องศึกษาการคำนวณต้นทุนค่าขนส่งจีนไทยหน้างานเป็น ราคาสินค้าที่อี้อู เริ่มต่ำกว่า 1 บาท จนถึงหลักหลายพันบาท ขึ้นกับประเภทสินค้า ทุกอย่างที่ MADE IN CHINA บนโลกนี้เกินครึ่งนึงมาจากเมืองนี้
เป็น “ความเข้าใจผิดอันดับต้น ๆ” ของคนที่ยังไม่เคยไปอี้อู
หลายคนคิดว่าอี้อูคือแหล่งของ 10–20 บาทเท่านั้น
ความจริงคือ:
ตลาดอี้อู (Yiwu International Trade City) เป็นตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ที่รวม Supplier หลายแสน หลายหมื่นราย แต่ละรายมีระดับคุณภาพและราคาต่างกัน
- มีสินค้าราคาถูกไหม?
มี เหมาะกับร้านทุกอย่าง 10–20 บาท และสินค้าปริมาณมาก
- มีสินค้าคุณภาพกลาง–สูงไหม?
มี — โดยเฉพาะกลุ่มของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับแฟชั่นทั้งเกรดถูก-สายมู-หินแท้ และสินค้า Smart Product
- มีโรงงาน OEM ไหม?
มีและเยอะมาก เพราะรอบๆเมืองอี้อู คือฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมใหญ่ระดับประเทศ ตั้งแต่เครื่องมือช่าง , โซล่าเซลล์ จนถึงระดับรถยนต์ไฟฟ้า — หลายโรงงานรับผลิตแบรนด์เอง (OEM/ODM) และปรับสเปคสินค้าได้ตาม Concept แบรนด์ของเรา
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าอี้อู (Yiwu) ไม่ใช่เมืองที่มีโรงงานทุกประเภทตั้งอยู่ในเมืองเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้อี้อูถูกเรียกว่า “เมืองรวมโรงงาน” เพราะรัฐบาลจีนส่งเสริมให้เป็นเมือง MADE IN CHINA ฐานการผลิตของโลกอี้อูจึงเป็นศูนย์กลางค้าส่งที่รวมตัวแทนโรงงานจากหลายเมืองทั่วจีน มาเปิดโชว์รูมถาวรไว้ที่นี่
พูดง่าย ๆ คือ โรงงานจริงอาจอยู่ที่:
- เซินเจิ้น (Shenzhen) – สาย AI / Gadget
- ฝอซาน (Foshan) – เฟอร์นิเจอร์
- เฉิงไห่ (Chenghai) – ของเล่น
- หนิงโป (Ningbo) – เครื่องเขียน
- กวางโจว (Guangzhou) – แฟชั่น
แต่ “หน้าร้านขายส่ง” มาเปิดโชว์รูมอยู่ที่อี้อู อี้อูเลยกลายเป็น Hub รวมสินค้าจากทั้งประเทศ
90% จริงค่ะ และไม่ได้มีแค่คนไทย
โมเดลธุรกิจของอี้อูคือ:
- คนจีนจากเมืองอื่นมารับไปขายส่งต่อในจีน
- คนจีนที่ทำธุรกิจ รับเป็นตัวแทนจำหน่ายส่งสินค้าไปต่างประเทศ รวมถึงคนต่างชาติจากทั่วโลก รวมทั้งพ่อค้าไทย เวียดนาม แอฟริกา ตะวันออกกลางบินมาซื้อหรือสั่งจากอี้อู แล้วส่งออกไปประเทศตัวเอง
ในโซเชียลจีนเองก็มีคำพูดว่า:“ของเล็ก ๆ ถ้าไม่รู้จะหาที่ไหน ไปอี้อู”
ถ้าเข้าโรงงานโดยตรงคุณจะได้ราคาลึกกว่า แต่ต้องสั่งขั้นต่ำสูงกว่า และไม่มีสิทธิเปรียบเทียบราคาจากหลายๆ Suppliers
แต่ถ้ามาที่อี้อูคุณจะได้:
- เปรียบเทียบหลายโรงงานในที่เดียว
- ต่อรอง MOQ ได้ต่ำกว่า
- รวมออเดอร์ได้ง่าย เพราะใช้โกดังชิปปิ้ง รวมสินค้าให้ (CVT CARGO) ทำให้ต้นทุนต่ำลง
- ไม่ต้องเดินทางหลายเมือง อาจเสียค่าใช้จ่ายหลายแสนบาท
นี่คือเหตุผลที่เจ้าของแบรนด์ เจ้าของธุรกิจหลายคนเริ่มจากอี้อูก่อนถ้าคิดแบบนักธุรกิจอี้อูคือเมืองที่ทำให้คุณเห็น “ภาพรวมสินค้าจีนที่ราคาถูกที่สุดในโลก” และขายได้จริง เรียกว่า ราคาถูก ขายง่าย ขายได้เรื่อยๆ มีคนซื้อซ้ำ
ต้องเข้าใจก่อนเลยว่าไม่มี “โรงงานเดียว” ที่ผลิตของทุกอย่างที่เอาไปขาย 10–20 บาท ที่ต้นทุนจีนราคา 3บาท 5บาท 10บาท ได้เป็นแสนๆชนิด ไม่สามารถผลิตได้จากโรงงานเดียว
ร้านทุกอย่าง 10–20 บาทในไทยจริง ๆ แล้วคือการ “รวมสินค้า” จากหลายโรงงาน หลายเมือง
เช่น
- ของใช้พลาสติก → Taizhou (ไท่โจว)
- เครื่องครัวเล็ก ๆ → Yongkang
- ของเล่นราคาถูก → Chenghai (เฉิงไห่)
- เครื่องเขียน → Ningbo
- ของตกแต่งบ้านเล็ก ๆ → Yiwu
- เครื่องมือช่างแนว MR.DIY เล็กๆ แบรนด์เครื่องมือช่างราคาหลักสิบ-ร้อยบาทในไทย → Jinhua / Yongkang
สรุป : ต้นตอร้าน 10–20 บาทคือ “ระบบรวมโรงงาน” ไม่ใช่โรงงานเดียว
ไปอี้อูดีไหม?
ดีมาก ถ้าคุณคิดแบบเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่แค่คนซื้อมาขายไป แต่อยากต่อยอดธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น
เมืองอี้อู (Yiwu) ไม่ใช่แค่ตลาดสินค้าราคาส่ง แต่คือ “ศูนย์รวมต้นทางสินค้า” ที่เจ้าของแบรนด์จำนวนมากใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างกำไร สร้างระบบ และต่อยอดธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน
หลายคนเริ่มจากการรับของในไทย แต่เมื่ออยากควบคุมต้นทุน คุมคุณภาพ และเพิ่มกำไร เจ้าของธุรกิจตัวจริงจะบินมาอี้อูเพื่อดีลกับต้นทางด้วยตัวเอง
ไปอี้อู ได้อะไร?
- เห็นต้นทุนจริง และเข้าใจโครงสร้างราคาก่อนสินค้าจะมาถึงไทย
- เปรียบเทียบ Supplier ได้จำนวนมากในพื้นที่เดียว ทำให้เลือกคุณภาพและราคาที่เหมาะกับแบรนด์ตัวเอง
- ต่อรอง MOQ ได้ และคุยเงื่อนไขพิเศษเมื่อสั่งต่อเนื่อง
- เข้าถึงสินค้าใหม่ก่อนตลาดไทย สร้างความแตกต่างและอัปเกรดราคาขายได้
- เริ่มจากล็อตทดลอง แล้วขยายสเกลได้ เมื่อมั่นใจในสินค้า
- โซน Smart Product และ AI (ตึก 6) สำหรับธุรกิจยุคใหม่ เช่น Gadget, Automation, Health & Wellness , Longivity
อี้อูทำให้คุณไม่ได้แค่ “ซื้อของถูก” แต่ได้ระบบการสั่งซื้อ การรวมออเดอร์ และการคำนวณต้นทุนแบบมืออาชีพ เบื้องหลังของคนทำใหญ่เริ่มจากที่เมืองอี้อูแห่งนี้
อี้อูเหมาะกับใคร?
- เจ้าของแบรนด์ที่อยากควบคุมต้นทุนและดีไซน์ ปรับดีเทล-สเปกตามคอนเซปแบรนด์ด้วยตนเอง
- นักธุรกิจที่ต้องการหาต้นทางสินค้าโดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง
- ร้านค้าปลีกที่ต้องการเพิ่มกำไรจากการลดต้นทุน
- แม่ค้าออนไลน์ที่อยากหาสินค้าใหม่ แตกต่างจากการรับจากคนจีน หาสินค้าแตกต่าง ไม่อยากขายของซ้ำตลาด
- ผู้ที่ต้องการสร้างระบบรีออเดอร์ระยะยาว ไม่ต้องบินทุกครั้ง
- คนที่คิดจะขยายธุรกิจจากหลักแสนสู่หลักล้าน
จุดแข็งสำคัญ:
อี้อูมีระบบโกดังและขนส่งจีน-ไทยที่แข็งแรงมาก ปิดตู้ส่งไทยทุกวัน ทำให้การนำเข้าสินค้ารวดเร็วและควบคุมต้นทุนได้ชัดเจน เมื่อวางแผนถูกตั้งแต่ครั้งแรก การรีออเดอร์รอบถัดไปทำได้ง่ายและประหยัดกว่า
สรุป:
อี้อูคือเมืองที่คนเริ่มต้นใช้หาไอเดีย และคนที่คิดใหญ่ใช้สร้างระบบต้นทุนต่างกันที่ “มุมมอง” ของคนที่เดินเข้าไป
China4trip ฟันธงปี2026 การบินไปจีนดีลธุรกิจจีนสักครั้ง เมืองอี้อูเป็นเมืองที่คนอยากทำใหญ่ อยากต่อยอดธุรกิจ อยากเริ่มต้นทำธุรกิจ ต้องมีโอกาสได้มาสักครั้ง เบื้องหลังของคนรวยจากธุรกิจสินค้าจีนมาจากเมืองนี้แน่นอน
เพราะ :
- เดินเฉพาะโซนสินค้าราคาถูกหรือหาแค่คู่เทียบกับราคาตลาดในไทยเท่านั้น
- ไม่รู้จัก Supplier ระดับกลาง–สูง ที่เน้นกลุ่มลูกค้าโซนอเมริกา-ยุโรป-ออสเตรเลีย-เกาหลี-ญี่ปุ่น
- ไม่รู้วิธีถามเรื่องเกรดวัสดุ
- ไม่รู้จักวิธีการเลือกโรงงานจีนจริงๆ
อี้อูมีทุกระดับ แต่คุณต้อง “รู้ว่าจะหาแบบไหน”
สรุป : อี้อูไม่ใช่ตลาดของถูก อี้อูคือ “ตลาดรวมโรงงานของโลกที่มีทุกระดับราคา”
คุ้มค่ะ ถ้าคุณไปแบบคนมีแผน ไม่ใช่ไปแบบคนอยากลองเดินเล่นเฉย ๆ
งบเยอะหรือน้อยไม่ใช่ตัวตัดสินว่าไปอี้อูแล้วจะคุ้มไหมสิ่งที่สำคัญกว่าคือ “คุณรู้ไหมว่าจะไปหาอะไร มีคู่เทียบสินค้ารึยัง แน่นอนไปที่อี้อู จะได้เจอที่แตกต่างมากกว่าที่เคยเห็นในไทยแน่นอน ที่ไทยอาจจะมีให้เทียบเช่น จานชามเซรามิค 4 เกรดงาน แต่ที่โรงงานจีนอี้อู มีให้เลือกเป็นหลายสิบเกรดงาน ตามงบประมาณที่คุณตั้งไว้
ก่อนบิน ทรายอยากให้คุณตอบตัวเองให้ได้ 4 ข้อนี้
- โฟกัสสินค้าได้ชัด 1–2 หมวดหรือยัง
- คำนวณต้นทุนรวม (สินค้า + ขนส่ง + ภาษี) เป็นหรือยัง
- มีงบสต๊อกขั้นต่ำ เพื่อให้ได้สินค้าหลากหลายมากที่สุด
- มีทีมซัพพอร์ตรอบต่อไป เพื่อประหยัดการเดินทางในรอบต่อไปหรือยัง
เป้าหมายคือเดินทางแค่ 1 รอบแต่สามารถรันธุรกิจยาวๆได้โดยที่ไม่ต้องบินมาจีน
ถ้าตอบได้ 3 ข้อขึ้นไป งบจำกัดก็ไปได้ค่ะ
ทำไมงบจำกัด แต่ไปอี้อูยังคุ้ม?
- ได้เห็น ต้นทุนจริง ไม่ใช่ราคาที่ผ่านคนกลางในไทย
- เปรียบเทียบ Supplier ได้หลายเจ้าในที่เดียว
- เริ่มจากล็อตทดลอง แล้วค่อยขยาย
- สร้างระบบรีออเดอร์ รอบถัดไปไม่ต้องบินทุกครั้ง
หลายคนที่เคยกำไร 20–30%พอเห็นต้นทางเอง ขยับกำไรเป็น 40–60% ได้
เพราะเข้าใจโครงสร้างราคาจริง เพื่อให้สามารถหาต้นทุนที่ต่ำลง ต่อสู้กับค่าคอมมิชชั่นของแพลตฟอร์ม Shopee,Lazada,Tiktok Shop, Facebook ได้กำไรมากขึ้น หาของที่ไม่ชนกับคนจีน
กรณีไหนที่อาจยังไม่คุ้ม?
- ยังไม่รู้ว่าจะขายอะไร
- ไม่มีงบสำหรับสต๊อกขั้นต่ำเลย
- ยังไม่เข้าใจต้นทุนขนส่งและภาษีนำเข้า
- อยากไปดูเล่นมากกว่าทำธุรกิจจริง ยกเว้นมองกว่าการเดินทางไปคือการเที่ยวหาประสบการณ์ธุรกิจ แบบนี้คุ้มกว่าเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นๆแน่นอน
สรุปจากทราย :
งบจำกัดไม่ใช่ปัญหาปัญหาคือไม่มีแผน อี้อูเหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นอย่างมีระบบคิดเป็น วางโครงสร้างต้นทุนเป็น แล้วค่อยขยายสเกล
ถ้าพร้อมอยากทำอะไรสักอย่าง อยากหาไอเดียธุรกิจ คิดแบบเจ้าของธุรกิจ อยากหาคนพาไป วางระบบหลังบ้านพร้อมทีมซัพพอร์ตจีน-ไทยให้ ไปเมืองอี้อูกับทรายคุ้มแน่นอนค่ะ
คนที่เคยไปอี้อู เมื่อ10กว่าปีก่อน หรือก่อนปี 2015 จะรู้สึกว่ามีแต่สินค้าถูกๆ สินค้าของใช้ทั่วไป แต่ทุกวันนี้อี้อู มีมากกว่าของใช้ราคาถูกๆแล้ว
ความต่างสำคัญของปี 2026
ตอนนี้อี้อูไม่ได้แข่งขันกันที่ “ราคาถูกที่สุด” อย่างเดียว
แต่แข่งขันที่:
- ดีไซน์
- ความเร็วในการผลิต
- การปรับ MOQ ที่ต่ำลงมาก : สินค้าเล็กราคาถูกเริมแค่ 12 ชิ้น , สินค้าขนาดกลาง-ใหญ่ ราคาหลายร้อยพันบาท อาจเริ่มแค่ 1-5 ชิ้นเท่านั้น
- เทคโนโลยี (AI / Smart Product / Longivity, Wellness , Heathcare)
- ความสามารถทำแบรนด์ ขึ้นแบบ-ทดลอง-ส่งมอบ ไวสุดอาจใช้เวลาแค่ 7 วันเท่านั้น
มีค่ะ แต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันตามหมวดสินค้า ทั้งงานแฟร์ประจำปี และงานแฟร์เฉพาะกลุ่มสินค้า China EXPO Fair
แต่เมืองอี้อูไม่ได้เด่นเรื่อง “งานแฟร์ระดับโลก” แบบกวางโจว (Canton Fair)
อี้อูเด่นเรื่อง “ตลาดค้าส่งรวมโรงงาน” ที่เปิดทั้งปีมากกว่า ทำให้คนที่ไปช่วงเวลาปกติที่ไม่ชนกับงานแฟร์อี้อู สามารถออเดอร์จากโรงงานโดยตรงได้เหมือนกันและจะได้ MOQ ที่ต่ำกว่าเพราะเป็นการรวมออเดอร์จากหลายๆประเทศทั่วโลก
งานแฟร์ประจำปีของอี้อูที่คนพูดถึงมากที่สุด
- Yiwu International Commodities Fair (义乌国际小商品博览会) เป็นงานแฟร์สินค้าขนาดเล็กและสินค้าทั่วไปที่ใหญ่ที่สุดของอี้อู
-------------------------------
จัดขึ้นช่วงประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี
งานแฟร์เฉพาสินค้า (จัดทั้งปี) เรียกว่า China EXPO Fair เช่น
- งานแฟร์เครื่องประดับแฟชั่น
- งานแฟร์ของเล่น
- งานแฟร์เครื่องเขียน
- งานแฟร์อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน
- งานแฟร์ดอกไม้ปลอม
- งานแฟร์สินค้า AI / Smart Product (ตามเทรนด์ปีนั้น ๆ)
จัดขึ้นช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม และ กันยายน-พฤศจิกายนของทุกปี
หาสินค้าราคาส่งจริง เปรียบเทียบ Supplier ได้ในที่เดียว เห็นสินค้าใหม่ก่อนตลาดไทย รวมออเดอร์ได้ง่าย เดินครบหลายหมวดในวันเดียว (ถ้าวางแผนดี)
- หาสินค้าราคาส่งจริง
- เปรียบเทียบ Supplier ได้ในที่เดียว
- เห็นสินค้าใหม่ก่อนตลาดไทย
- รวมออเดอร์ได้ง่าย
- เดินครบหลายหมวดในวันเดียว (ถ้าวางแผนดี)
ไปกี่ครั้ง กี่รอบ คุณจะได้เจอสินค้าที่ว้าวๆและไม่เหมือนเดิมไอเดียธุรกิจคุณสามารถหาได้จากที่เมืองนี้ และนี่คือโซนหลักที่คนไทยนิยมไปหาของมากที่สุดในเมืองอี้อู
1. โซนของใช้ 10–20 บาท (District 1 & 2 & 3 & 4 & 5)เป็นโซนที่แม่ค้าสายร้านทุกอย่าง 10–20 บาท และร้านของเบ็ดเตล็ดไทยนิยมมากที่สุด
สินค้าที่นิยม:ของใช้ในบ้านชิ้นเล็ก อุปกรณ์ครัวราคาประหยัด เครื่องเขียน ของเล่นเสริมพัฒนาการเกรดส่งออกทั่วโลก จนถึงของเล่นแผงชิ้นละ 1-5 บาท ราคาถูก ของตกแต่งจุกจิก
เหมาะกับคนเปิดร้าน 10–20 บาท / ร้านของชำ / ร้านออนไลน์ Shopee-TikTok
2. โซนของตกแต่งบ้าน & Lifestyle (District 2) ปี 2026 เทรนด์ Home Aesthetic + Minimal + Café Style มาแรงมาก
สินค้าที่นิยม: โคมไฟตกแต่ง ,แจกัน / ของแต่งโต๊ะ , ของแต่งคาเฟ่, อุปกรณ์จัดบ้าน
, พรม / ผ้าม่าน / กล่องเก็บของ คนไทยที่ทำพูลวิลล่า / คาเฟ่ / รีสอร์ท นิยมมาโซนนี้มาก
3. โซนอุปกรณ์มือถือ & Gadget (District 2–3) สายออนไลน์ยังนิยมมาก
สินค้าที่นิยม:
เคสมือถือ ,อุปกรณ์เสริมไลฟ์สด ,สายชาร์จ / Powerbank, ไฟไลฟ์ / ขาตั้ง, Gadget ราคาประหยัด เหมาะกับคนทำคอนเทนต์ / ขายออนไลน์ / ร้านมือถือ
4. โซนของเล่น & ของขวัญ (District 1-5) ขายได้ดีตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาล
สินค้าที่นิยม: ของเล่นเด็ก , Art toy ราคาประหยัด, ของขวัญเทศกาล, สินค้าคริสต์มาส / วาเลนไทน์ / ปีใหม่ คนไทยนิยมมากช่วงเตรียมสต็อกก่อนเทศกาล
5. โซนแฟชั่นเครื่องประดับ หินมงคล สายมูเตลู ของมงคล (District 1)ปี 2026 แม่ค้าไทยนิยม “เครื่องประดับแฟชั่นราคาส่ง เกรดถูก-พรีเมี่ยมส่งออกเกาหลียุโรป” หาได้ครบในเมืองอี้อู
สินค้ายอดนิยม:ต่างหู / สร้อย / แหวนแฟชั่น, แว่นตาแฟชั่น , กระเป๋าแฟชั่น,เครื่องประดับสายมินิมอลจนถึงสาย Luxuryเหมาะกับแม่ค้า TikTok / ไลฟ์สด/ จนถึงระดับเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับเคาเตอร์แบรนด์ ขายบนห้างและส่งออกทั่วโลก
1.ร้านแบบไหนมีโอกาสเป็นโรงงานจริง?
ร้านที่ขายสินค้าเฉพาะทาง มีแค่ 1–2 ประเภท หรือไม่เกิน ~10–20 SKU เพราะโรงงานใช้เครื่องจักรเฉพาะผลิตสินค้าเดียว
2.ร้านแบบไหนคือเทรดเดอร์?
ร้านที่ขายหลายหมวดในร้านเดียว เช่น ของใช้ เสื้อผ้า ของเล่นรวมกัน มักเป็นพ่อค้าคนกลาง
3.มีอะไรยืนยันว่าเป็นโรงงานจริง?
เอกสารรับรอง เช่น CE หรือ FDA ที่ติดโชว์ในร้าน เพิ่มความน่าเชื่อถือ
4.ถ้าไม่มีเอกสาร แปลว่าไม่ใช่โรงงานไหม?
ไม่เสมอไป แต่ควรตรวจสอบเพิ่ม เช่น ขอวิดีโอไลน์ผลิต หรือดูความรู้เชิงลึกของผู้ขาย
5.ร้านในอี้อูเป็นโรงงานทั้งหมดไหม?
ไม่ใช่ ส่วนใหญ่ใน Yiwu International Trade City เป็นเทรดเดอร์ แต่รวมซัพพลายเออร์ไว้ครบในที่เดียว
