ทำไมเทรนด์ Longevity 2026 ถึงต้องไปดูงานที่จีน?

เหตุผลที่ต้องไปดูงานที่จีนกับเทรนด์ Longevity ปี 2026 ต้องไปดูงานที่จีน ครอบคลุม Biotech, AI สุขภาพ, การแพทย์แผนจีน และนโยบาย Healthy China 2030

เพราะจีนมีแหล่งผลิตที่ “แยกกระจุกตามฟังก์ชันชีวิต” ชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการได้ต้นทุนที่ต่ำกว่า โรงงานตรงสายกว่า และสร้าง Story เพื่อขายได้ง่ายขึ้น

ธุรกิจนำเทรนด์ใหม่ปี2026 เหมาะกับคนที่อยากต่อยอดจากประสบการณ์ มีความรู้เรื่อง Wellness เป็นอย่างดี และมองเห็นช่องทางการทำธุรกิจในสายนี้ได้

ทำไมต้อง Made in China สำหรับธุรกิจ Longevity?

  • นวัตกรรมนำเทรนด์: จีนไม่ได้ผลิตแค่ของราคาถูก แต่เป็นผู้นำด้าน Smart Health Tech เช่น แหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) และ AI Health Coach
  • ต้นทุนต่ำ กำไรสูง: การเข้าถึงราคาหน้าโรงงาน (Ex-factory) ช่วยให้คุณมี Margin กว้างพอที่จะอัปเกรดสินค้าเป็นระดับพรีเมียม
  • ความหลากหลาย : มีสินค้าครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่อาหารเสริมไปจนถึงอุปกรณ์ตกแต่งบ้านเพื่อสุขภาพอยากเริ่มหรือต่อยอดทำธุรกิจเกี่ยวกับเทรนด์นี้ อยากเข้าตลาดก่อน ทำกำไรก่อน ต้องไปเลือกสินค้าจากที่ไหน เพราะรู้ดีว่ากลุ่มลูกค้า Wellness สามารถอัพราคาขายได้ กำไรสูง ต้องเลือกสินค้าที่มีฐานการผลิตจากจีน หรือ MADE IN CHINA

    การเลือกเมืองให้ถูก = เลือกโมเดลธุรกิจ: ปักหมุดให้ถูกที่เพื่อกำไรที่เหนือกว่า
    การเข้าใจแหล่งกระจุกตัวของโรงงานจะช่วยให้คุณเห็นเทรนด์ใหม่ปี 2026 และต่อยอดจากความสนใจเดิมสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน:

    สิ่งที่คุณต้องรู้ให้ชัดคือ : เลือก “งาน” ให้ตรงกับโมเดลธุรกิจ → เลือก “เมือง” ให้ตรงคลัสเตอร์โรงงาน → จัดทริป/นัดโรงงานล่วงหน้า

    1. Guangzhou (กวางโจว): จุดยุทธศาสตร์ของคนอยาก “ปั้นแบรนด์”

    เป้าหมาย: สำหรับผู้ที่ต้องการผลิตสินค้า OEM และกลุ่มตลาดอายุ 30-50 ปี

    สินค้าเด่น: อาหารเสริม (Supplement), Functional food, เครื่องนวดฟื้นฟู (Rehab) และบรรจุภัณฑ์สุขภาพ

    โซนโรงงาน: ย่าน Baiyun และ Panyu คือแหล่งโรงงาน OEM สุขภาพที่ใหญ่ที่สุด

    2. Shanghai (เซี่ยงไฮ้): นวัตกรรมชะลอวัยระดับพรีเมียม

    เป้าหมาย: แบรนด์ระดับ High-end ที่เน้นการสร้าง Story และงานวิจัย

    สินค้าเด่น: สารสกัดชะลอวัย (Anti-aging), สุขภาพสมอง (Brain health) และจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut health)

    โซนโรงงาน: Pudong และ Zhangjiang Hi-Tech Park ศูนย์กลาง Longevity Research

    3. Hangzhou (หางโจว): สุขภาพอัจฉริยะ (Smart Lifestyle)

    เป้าหมาย: ผู้ค้าออนไลน์ สาย Tech Wellness และกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่

    สินค้าเด่น: เทคโนโลยีช่วยการนอนหลับ (Smart sleep), อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable health) และ AI Lifestyle

    จุดเน้น: การแก้ปัญหาความเครียดและสุขภาพจิต (Mental wellness)

    4. Suzhou (ซูโจว): อุปกรณ์การแพทย์และการดูแลผู้สูงอายุ

    เป้าหมาย: ธุรกิจ B2B, คลินิก, โรงพยาบาล และ Nursing home

    สินค้าเด่น: อุปกรณ์ฟื้นฟูร่างกาย (Rehab equipment) และอุปกรณ์ดูแลผู้สูงอายุในบ้าน (Home care device)

    มาตรฐาน: เน้นสินค้าเกรดการแพทย์ (Medical grade wellness)

    5. Foshan (ฝอซาน) , Shenzhen (เซินเจิ้น) : Longevity Living การอยู่อาศัยเพื่ออายุยืน
    เป้าหมาย: ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมหรู และตลาดกลุ่ม Luxury 40+

    สินค้าเด่น: เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic, เตียงสุขภาพ, และอุปกรณ์ปรับปรุงบ้านเพื่อผู้สูงอายุ (Aging-in-place)

    สรุปตารางงานแสดงสินค้า Longevity & Wellness ปี 2026

    ชื่องาน เมือง สินค้าเด่น ช่วงเวลา (โดยประมาณ)
    CIBE Guangzhou Guangzhou (กวางโจว) ความงาม + สุขภาพ + OEM มีนาคม / กันยายน
    IWF Shanghai Shanghai (เซี่ยงไฮ้) ฟิตเนส + Smart Wellness มีนาคม
    Canton Fair (Phase 3) Guangzhou (กวางโจว) ยาบำรุง + อุปกรณ์การแพทย์ พฤษภาคม
    CIBE Shanghai Shanghai (เซี่ยงไฮ้) Beauty Tech + พรีเมียม พฤษภาคม
    HNC (Healthplex) Shanghai (เซี่ยงไฮ้) อาหารเสริม + Anti-aging มิถุนายน
    Medical Fair China Suzhou (ซูโจว) อุปกรณ์ Rehab + Home Care สิงหาคม
    SIC Expo Guangzhou (กวางโจว) บ้านผู้สูงอายุ + Longevity Living พฤศจิกายน

    สรุปแยกตาม “เมือง” เพื่อเลือกงานให้ตรงสินค้า

    Guangzhou (กวางโจว): Beauty + OEM + Longevity Living

    • CIBE Guangzhou — เหมาะกับคนอยาก “ปั้นแบรนด์” (OEM/ODM) และสายความงามเชิงสุขภาพ
    • Canton Fair (P3) — เหมาะกับคนหา “หมวดกว้าง” ยาบำรุง/อุปกรณ์การแพทย์/ซัพพลายเชน
    • SIC Expo — เหมาะกับคนทำตลาดผู้สูงอายุ บ้าน-ที่อยู่อาศัยเพื่ออายุยืน

    Shanghai (เซี่ยงไฮ้): Smart Wellness + Anti-aging + Premium

    • IWF Shanghai — เหมาะกับฟิตเนส อุปกรณ์กีฬา และ Smart Wellness
    • CIBE Shanghai — เหมาะกับ Beauty Tech/พรีเมียม/สร้าง Story แบรนด์
    • HNC (Healthplex) — เหมาะกับอาหารเสริม Anti-aging และสินค้าสายวิทย์/ฟังก์ชัน

    Suzhou (ซูโจว): Rehab + Home Care (สาย B2B)

    • Medical Fair China — เหมาะกับคลินิก/โรงพยาบาล/ผู้ทำ B2B/สินค้ากึ่ง Medical grade

    เช็กลิสต์ก่อนบินไปดูงาน (สำหรับคนทำธุรกิจ)

    • ตั้งเป้าหมาย: ไปหา “โรงงาน OEM” หรือไปดู “นวัตกรรม/เทรนด์” หรือไปหา “ดีล B2B”
    • เตรียมคำถามโรงงาน: MOQ, Lead time, สูตร/มาตรฐาน, เอกสาร, การทำแบรนด์, เงื่อนไขสั่งซ้ำ
    • วางแผนวันงาน + วันโรงงาน: แนะนำมีวัน “นัดโรงงาน” เพิ่มหลังจบงาน 1–2 วัน

    FAQ

    Q: ถ้าอยากเริ่มทำแบรนด์อาหารเสริมแบบ OEM ควรไปงานไหน?

    A: เริ่มที่ CIBE Guangzhou (มีนาคม/กันยายน) หรือ HNC (Healthplex) Shanghai (มิถุนายน) เพราะเจอโรงงานและซัพพลายเออร์ตรงสายมากที่สุด

    Q: ถ้าทำสินค้า Rehab/Home care สำหรับผู้สูงอายุ ควรเริ่มที่ไหน?

    A: โฟกัส Medical Fair China (Suzhou) ช่วงสิงหาคม เพราะเป็นคลัสเตอร์สินค้าฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุในบ้าน

    เปลี่ยนการนำเข้าสินค้าจากจีนให้เป็นเรื่องง่าย

    พร้อมรองรับทุกความต้องการ สามารถออกเอกสารได้โดยอิงจากความต้องการลูกค้าเป็นหลัก คาร์โก้อันดับต้นที่พ่อค้าแม่ค้ายุคใหม่เลือกใช้ กับ CVT CARGO รองรับการนำเข้าสินค้าจากจีนไม่ว่าจะเป็นจำนวนน้อยหรือจำนวนมาก ทั้งบริการเหมาตู้FCL และรวมตู้ LCL ทางขนส่งจีนไทย มีบริการที่หลากหลายครอบคลุมทุกขนาดธุรกิจ ด้วยประสบการณ์นำเข้าสินค้ายาวนาวนานกว่า 10 ปี ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าสินค้าและพัสดุที่จัดส่งจากจีนมาไทยได้รับการ เลือกบริการได้อย่างเหมาะสมกับจำนวนและประเภทสินค้าของคุณ

    China4trip จะทำให้การนำเข้าสินค้าจากจีนของท่านเป็นเรื่องง่าย ในทุกบริการนำเข้าเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของท่าน กรุณาแจ้งความต้องการโดยตรง สำหรับความต้องการเอกสารนำเข้ากับทาง CVT CARGO ทุกครั้งของการนำเข้า เพื่อท่านจะได้จัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนการนำเข้าจริง ทางบริษัทยินดีให้คำแนะนำทุกท่านอย่างเต็มที่

    พร้อมรองรับทุกการส่งออก-นำเข้าจากทั่วโลก

    CVTCARGO-China-Thailand-shipping-factory-rate-FCL
    ทัวร์บินไปสั่งของที่จีนพร้อมขนส่งมาไทย

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากจีน

    เริ่มจากลงทะเบียนเป็นผู้นำเข้าในระบบ e-Customs ของกรมศุลกากร จากนั้นตรวจสอบประเภทสินค้าเพื่อกำหนด HS Code และเตรียมเอกสารให้ครบ มือใหม่แนะนำใช้บริการชิปปิ้ง เพราะช่วยลดความผิดพลาดด้านเอกสารและภาษี

    เอกสารหลักประกอบด้วย

    • Invoice (ใบแจ้งหนี้)
    • Packing List (รายละเอียดสินค้า)
    • Bill of Lading / Air Waybill (เอกสารขนส่ง)
    • Form E (หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า)

    เอกสารเหล่านี้เป็นมาตรฐานที่ใช้ในระบบศุลกากรไทยและสากล

    HS Code คือรหัสสินค้าที่ใช้กำหนดอัตราภาษีนำเข้า หากระบุผิด อาจทำให้เสียภาษีเกินจริง หรือถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้

    โดยทั่วไปมี 2 ส่วนหลัก

    • อากรขาเข้า (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า)
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

    ปัจจุบันมีแนวโน้มให้สินค้านำเข้าผ่าน e-Commerce ต้องเสีย VAT ทุกมูลค่า ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรมศุลกากรทุกครั้ง

    ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและพิกัดศุลกากร บางประเภทอาจมีอัตรา 0% อยู่แล้ว หรือสามารถลดลงได้หากใช้สิทธิ์ทางการค้า เช่น FTA

    Form E คือเอกสารที่ใช้สิทธิ์ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (FTA) สามารถช่วยลดอากรขาเข้าได้ (ในหลายกรณีลดเหลือ 0%) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและเงื่อนไขที่กำหนด

    แบบถูกต้อง:

    • มีใบขนสินค้าและใบเสร็จศุลกากร
    • ตรวจสอบย้อนหลังได้
    • ใช้ทำบัญชีบริษัทได้

    แบบเหมากิโล:

    • ไม่มีเอกสารในชื่อผู้นำเข้า
    • ภาษีไม่โปร่งใส
    • ไม่สามารถใช้เอกสารทางบัญชีได้อย่างถูกต้อง

    สามารถทำได้ แต่มีความเสี่ยงด้านเอกสารและภาษี ผู้เริ่มต้นส่วนใหญ่เลือกใช้ชิปปิ้ง เพื่อช่วยดูแลกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

    ควรเลือกผู้ให้บริการที่สามารถดูแลการนำเข้าได้ครบวงจร และออกเอกสารในชื่อผู้นำเข้าได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้ทำบัญชีและขยายธุรกิจได้ในระยะยาว

    หนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นคือ CVT Cargo ซึ่งเป็นผู้ให้บริการนำเข้าสินค้าจากจีนที่ดูแลตั้งแต่รับสินค้าในจีน รวมสินค้า ขนส่ง และจัดการเอกสารศุลกากรให้ครบในชื่อผู้นำเข้า สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ https://www.cvtcargo.com/

    บริการชิปปิ้ง เช่น CVT Cargo จะช่วยดูแลตั้งแต่

    • รับสินค้าในจีน
    • รวมสินค้า
    • ขนส่งจีน-ไทย
    • จัดการเอกสารนำเข้าให้ถูกต้องในชื่อผู้นำเข้า

    ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้การนำเข้าสินค้าเป็นไปตามกฎหมาย

    การนำเข้าสินค้าจากจีนแบบถูกต้องในปี 2026 ไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องเข้าใจ 3 เรื่องหลัก

    1. เอกสารต้องครบ
    2. ภาษีต้องถูกต้องตาม HS Code
    3. ใช้สิทธิ์ Form E เพื่อลดต้นทุน

    หากไม่มีประสบการณ์ การใช้ชิปปิ้งที่เชี่ยวชาญจะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว

ทรายไชน่า4

ทราย มัทยาวีร์ รวีพัชรวงศ์ (ทรายไชน่า4)

ผู้บุกเบิกคนแรกๆ จากการลงมือทำจริงสู่การพาคนอื่นสร้างธุรกิจของตัวเอง เป้าหมายพาคนไทย "รวยด้วยสินค้าจีน" ครอบคลุมตั้งแต่ลงแหล่งค้าส่ง เจาะลึกหาโรงงานทั่วจีน สั่งผลิตOEM-ODM ส่งออก-นำเข้า จนถึงวางระบบธุรกิจครบวงจร ด้วยประสบการณ์ สร้างธุรกิจจากศูนย์ด้วยตัวคนเดียว

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ